สะเทือนอารมณ์ แม่ ร่ำไห้ กราบหลวงพี่น้ำฝน มอบเตียงช่วยลูกชายผ่าสมอง นอนติดเตียง

โครงการธนาคารแห่งกำลังใจ วัดไผ่ล้อมฯ โดยพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม เปิดรับการร้องขอและช่วยเหลือให้กับประชาชนที่ประสบปัญหาในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะด้านการดูแลสุขภาพ ซึ่งปัญหาหลักที่ได้รับการร้องขอมากที่สุด คือเตียงสำหรับผู้ป่วย รถวีลแชร์ ผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่ รวมถึงข้าวสารอาหารแห้ง และปัจจัยสำหรับยังชีพ

ล่าสุด นางสาวธมลวรรณ หรี สาวโรงงานย่านอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ได้นั่งรถตู้โดยสารมาที่วัดไผ่ล้อมฯ เพื่อมาขอความอนุเคราะห์จาก หลวงพี่น้ำฝน ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมฯ เพื่อขอรับการช่วยเหลือสนับสนุนเตียงสำหรับผู้ป่วย เนื่องจาก สามี โชคชัย กันทะมัง   อายุ 25 ปี ซึ่งประสบอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ล้ม ที่หน้าบ้านพักในโรงงาน ซึ่งศรีษะด้านขวากระแทกพื้นอย่างรุนแรง ทำให้กะโหลกร้าว ตอนนี้ นอนพักรักษาตัวอยู่ในห้องเช่าที่โรงงาน

หลังรับทราบข้อมูล หลวงพี่น้ำฝน ได้นำคณะสงฆ์ลงพื้นที่เพื่อนำเตียงสำหรับผู้ป่วย พร้อมด้วยข้าวสารอาหารแห้งและอุปกรณ์ยังชีพที่จำเป็น ไปยังบ้านเลขที่ 129หมู่ 12 ตำบล ห้วยม่วง อำเภอ กำแพงแสน จังหวัด นครปฐม ซึ่งมีพื้นที่เป็นห้องเช่าเล็กๆ อยู่ในภายในโรงงาน โดยพบนายโชคชัย กันทะมัง   อายุ 25 ปี นอนพักร่างกายอยู่ในห้องพักซึ่งมีที่นอนตั้งอยู่กับพื้นโดยใช้ไม้รองพื้น พาเลท สลับเคลื่อนย้ายสินค้าเป็นตัวรองพื้น ซึ่งมีนางพรรณี อุรัตน์ อายุ 47 ปี มารดา ที่ได้อุ้มน้องแก้ว (นามสมมติ) อายุ 1 ขวบครึ่ง บุตรสาวของนายโชคชัย อยู่ร่วมกันภายในบ้าน โดยมีเจ้าหน้าที่ อสม.ตำบลห้วยม่วง มาช่วยดูแลอาการป่วย และเป็นที่น่าเวทนาเนื่องจากในห้องเล็กๆต้องอาศัยกันอยู่ 4 ชีวิต เพื่อต่อสู้ กับวิกฤตที่เกิดขึ้นในช่วงนี้

น.ส.ธมลวรรณ บอกว่า ปกตินายโชคชัย และตนเองจะทำงานอยู่ที่โรงงานดังกล่าวโดยใช้ชีวิตอยู่ในห้องนี้ โดยจะต้องเช่าบ้านอยู่เดือนละ 400 บาท และจ่ายค่าใช้ไฟไฟฟ้าตามจำนวนที่ใช้จริง ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา เมื่อนายโชคชัย (สามี) ได้ขับขี่จักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อจะทำงาน แต่ห่างเพียงไม่กี่เมตรก็ได้พลาดเกิดอุบัติเหตุรถล้ม ทำให้ศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรง และนอนแน่นิ่งไป ตนเองจึงได้ประสานคนในโรงงานให้ช่วยตามรถพยาบาลให้นำไปส่งที่โรงพยาบาล ในเบื้องต้นแพทย์ที่โรงพยาบาลกำแพงแสน ได้ทำการเอ็กซเรย์ พบว่ากะโหลกศีรษะด้านขวาร้าว และมีเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง จึงได้นำตัวเร่งส่งมาที่โรงพยาบาลนครปฐม เพื่อทำการผ่าตัด อย่างเร่งด่วนเนื่องจากอยู่ในสภาวะวิกฤต กระทั่งวันที่ 5 มการาคม จึงได้ประสานไปยังมารดาของสามีเพื่อให้มาช่วยดูอาการ ซึ่งพบว่าตอนนั้นยังมีอาการวิกฤติ กระทั่งเมื่อการผ่าตัดผ่านพ้นไปและได้ให้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน ก็มาเกิดปัญหาเกี่ยวกับการจัดหาเตียงสำหรับผู้ป่วย เนื่องจากตนเองไม่มีเงินเก็บและนายโชคชัยก็เป็นหัวเรือหลักในการหารายได้เข้าบ้าน ตนเองจึงขอให้มารดาของสามีมาช่วยดูแลทั้งนายโชค และน้องแก้ว บุตรของตนเอง โดยที่ตนเองจะออก ไปทำงานที่โรงงานเพื่อนำรายได้เข้าที่บ้านเดือนละ 12,000 บาท สำหรับการใช้ชีวิตสี่ชีวิต ที่มีผู้ป่วยและเด็กเล็กหนึ่งคน

“หนูได้หาข้อมูลว่าที่ไหนจะมีเตียงสำหรับผู้ป่วยให้สามีได้นำมาใช้บ้าง จึงได้ ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ อสม. เพื่อติดตามหาเตียง และมีคนบอกว่าที่วัดไผ่ล้อมฯ โครงการแจกเตียงอยู่ หนูก็ได้นั่งรถตู้ประจำทางและสอบถามเส้นทางคนจนกระทั่งมาพบกับเจ้าหน้าที่ที่วัดไผ่ล้อมฯ โดยได้ทำเรื่องขอเตียง และไม่คิดว่าหลวงพี่น้ำฝนจะนำเตียงมาให้อย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกซาบซึ้งและขอขอบคุณในเมตตาที่มีให้ครอบครัวของเรา” น.ส.ธมลวรรณ กล่าว

ด้าน นางพรรณี บอกว่าก่อนหน้านี้ นายโชคชัย (บุตรชาย) เคยประสบอุบัติเหตุ พัดตกจากบ้านและศีรษะกระแทกพื้นมาตั้งแต่ช่วงเด็กหนึ่งครั้งและได้ทำการผ่าตัดจนอาการเป็นปกติหายดี ซึ่งครั้งนี้ก็ได้มาเกิดอุบัติเหตุและมักเกิดจุดเดิมที่เคยผ่าตัดมา ตอนนี้ถึงแม้ว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วแต่ทีมแพทย์ก็ไม่ยืนยันว่าจะหายเป็นปกติ โดยตอนนี้ร่างกายของเขาซีกซ้ายทั้งหมดไม่สามารถขยับได้และไม่มีมีความรู้สึก โดยการพูดก็ยังไม่สามารถทำได้เนื่องจากลิ้นแข็ง ตอนนี้ตนเองได้ลาออกจากการทำงานเป็นแม่บ้านที่โรงแรมในจังหวัดพิจิตร เพื่อมาดูแลลูกชายและหลาน โดย ให้ลูกสะใภ้ออกไปทำงานเพื่อหารายได้เข้ามา และยังไม่รู้ว่าจากนี้จะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรเนื่องจาก ทางโรงงานได้ส่งรายได้ดูแลบุตรชายอยู่ในช่วงที่ได้รับบาดเจ็บและรักษาตัว แต่หากเขาไม่หายก็ไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตกันไปสี่คนแบบนี้ต่อไปได้นานเท่าไหร่

“ตอนนี้ก็รู้สึกเหมือน กำลังถูกปรับเปลี่ยนชีวิตใหม่ทั้งหมดเพราะลูกชายปกติก็จะเป็นคนแข็งแรงแล้วยังหาอะไรได้เข้าบ้านเป็นหลักซึ่งตอนนี้ลูกยังอายุเพียง หนึ่งขวบเศษ ยังจะต้องหารายได้ในการเลี้ยงดูอีกมาก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าลูกสะใภ้จะทำงานมีรายได้แบบนี้อีกยาวนานแค่ไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คืออยากให้ลูกชายฟื้นตัวกลับมาใช้ชีวิตได้แต่หากไม่เป็นไปตามนั้นก็อาจจะต้องกลายเป็นคนพิการนอนติดเตียงไปตลอดชีวิตนี่คือปัญหาใหญ่ของครอบครัว แต่ในเบื้องต้นวันนี้ต้องกราบขอบพระคุณหลวงพี่น้ำฝนที่เมตตากับครอบครัวของเรามากจริงๆ” นางพรรณีกล่าวปิดท้าย

ขณะที่เจ้าหน้าที่ อสม.ตำบลห้วยม่วง เบื้องต้นก็ได้รับการประสานงานมาจากภรรยาของผู้ป่วยแต่ก็ติดขัดว่าเตียงในพื้นที่มีจำนวนจำกัดและยังมีอีกหลายรายที่ยังรอรับการช่วยเหลือ ตอนแรกมีเจ้าหน้าที่ของวัดไผ่ล้อมฯ โทรประสานงานเข้ามาไม่แน่ใจ จึงต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดให้ลึกซึ้งเนื่องจากปัจจุบันมีมิจฉาชีพอาศัยโทรมาหลอกลวงจำนวนมาก แต่เมื่อทราบข้อมูลแน่ชัดว่าเป็นพระสงฆ์ที่ดูแลโครงการนี้อยู่จึงได้อุ่นใจว่าครอบครัวนี้จะได้มีการดูแลช่วยเหลืออย่างจริงจัง เพราะการดูแลที่นี่ค่อนข้างจะยากเนื่องจากเป็นพื้นที่ของโรงงานการจะเข้ามาติดต่อหรือสอบถามข้อมูลจะเป็นไปได้ยากเพราะต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ก่อน ตรงจุดนี้จึงเป็นจุดบอด ที่ไม่สามารถจะเข้ามาดูแลได้อย่างทั่วถึง แต่เมื่อทางครอบครัวมีการพยายามหาข้อมูลและติดต่อหาเตรียมมาได้เองและทราบว่าเป็นวัดไผ่ล้อมฯ จึงขออนุโมทนาสาธุและขอขอบพระคุณในการเมตตา

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่า สำหรับครอบครัวของนายโชคชัย เมื่อได้เข้ามาพบแล้วก็รู้สึกว่าเป็นอีกหนึ่งในกรณีศึกษาที่หัวเรือใหญ่ของครอบครัวล้มลง ซึ่งการรับเรื่องร้องเรียนและร้องขอความช่วยเหลือก็จะเจอลักษณะแบบนี้เป็นจำนวนมาก อาตมา ได้สานต่อโครงการที่พระเดชพระคุณ หลวงพ่อพูล อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ท่านได้ช่วยเหลือชุมชนไม่อยากต่อเนื่อง จึงได้จัดทำโครงการ ธนาคารแห่งกำลังใจ เพื่อช่วยเหลือญาติโยมที่เดือดร้อน ที่ผ่านมานับ 10 ปีที่ได้ช่วยเหลือญาติโยม พบว่า ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ประสบปัญหาเดือดร้อนและยังสามารถหาที่พึ่งในปัญหานั้นนั้นได้อย่าง วัดไผ่ล้อมฯ จึงได้ขับเคลื่อนเดินหน้าโครงการนี้ตามรอยเผด็จพระคุณครูบาอาจารย์ เพื่อสานต่อและช่วยเหลือญาติโยมโดยมีวัดเป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือ ซึ่งโครงการนี้ก็จะขับเคลื่อนต่อไป เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้สังคมของเราอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขสงบ ด้วยแนวคิด สานต่อสร้างสรรค์ จากหลักธรรม แห่งพระพุทธองค์นั่นเอง

Related posts