หลวงพี่น้ำฝน วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม ไม่หยุด เดินหน้ามอบเตียง รถวีลแชร์ ช่วยผู้ยากไร้สู้ชีวิต ยามเศรษฐกิจฝืด

แม้ในยามเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวน สถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้นส่งผลให้สังคมได้รับผลกระทบในหลายด้าน ยิ่งโดยเฉพาะกลุ่มผู้ยากไร้และมีผู้ป่วยติดเตียงอยู่ในครอบครัว กลุ่มนี้จึงหนีไม่พ้นปัญหาความฝืดเคืองทางด้านรายรับและรายจ่ายที่สวนทางกัน ปัญหาดังกล่าว พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม ยังคงให้ความห่วงใย เพราะได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง จึงได้ขับเคลื่อนโครงการธนาคารแห่งกำลังใจ ในการมอบเตียงสำหรับผู้ป่วยและรถวีลแชร์ และเครื่องยังชีพและปัจจัย สำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาเพื่อมอบกำลังใจและประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องโดยไม่แบ่งชนชั้น ศาสนา เพื่อให้วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง เป็นศูนย์กลางการประสานงานให้กับประชาชนโดยแท้จริง

การช่วยเหลือผ่านโครงการธนาคารแห่งกำลังใจ ยังคงให้การช่วยเหลือผู้ยากไร้ไม่มีวันหยุด ล่าสุดหลวงพี่น้ำฝน ได้นำคณะสงฆ์ไปมอบสิ่งของที่จำเป็นแก่ผู้ยากไร้ 3 แห่งในวันเดียว โดยรายแรก ได้เดินทางไปพบ นายก้องเกียรติ เกิดทิพย์  อายุ 73 ปีอยู่บ้านเลขที่ 73/1  ถ.บรรเจิดใจราช  ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม ผู้ป่วยมีอาการปวดเมื่อยก็มักซื้อยารับประทานเองโดยไม่ได้พบแพทย์ จนอาการลุกลาม ขาซ้ายอ่อนแรง และเมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา ได้กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ปัจจุบันบุตรชายคนเล็กซึ่งกำลังศึกษาอยู่ เป็นผู้ดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดทุกวัน ส่วนบุตรสาวและลูกเขยเป็นผู้หารายได้ เพื่อใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยและครอบครัวประทังชีวิตในช่วงยากลำบาก

รายต่อมาได้ไปพบ นายจุมพล  ปฐมพรวิวัฒน์  อายุ 78 ปี ที่บ้านเลขที่ 109 / 15 ถ.เทศา ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม ผู้ป่วยมีอาการไอเรื้อรัง ก่อนจะไอเป็นเลือด จึงเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลนครปฐม และพบว่าเป็นโรคมะเร็งกล่องเสียง จากนั้นเข้ารับการรักษาต่อด้วยการเจาะคอ ฉายรังสี และให้ยาเคมีบำบัดตามแผนการรักษา ปัจจุบัน แม้การรักษาจะสิ้นสุดแล้ว แต่ผู้ป่วยมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง

รายสุดท้าย นางศัลย์ศยา  สังข์สุวรรณ  อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 ถ.นวเขต  ต.พระประโทน อ.เมือง จ.นครปฐม

อาการผู้ป่วย: ผู้ป่วยเคยป่วยด้วยอาการสโตรกเมื่อประมาณ 5-6 ปีก่อน และสามารถรักษาจนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ต่อมาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาเกิด สโตรกซ้ำ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ภายหลังผู้ป่วยมีอาการทางพฤติกรรมและอารมณ์ผิดปกติซึ่งต้องได้รับการรักษาหลายทาง

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่า ช่วงนี้ประชาชนได้ประสานขอความช่วยเหลือมาในการขอรับบริจาคเตียงและรถวีลแชร์ สำหรับผู้ป่วยมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทราบปัญหาว่าหลายครัวเรือนต้องแบกภาระในการหาเลี้ยงชีพเพื่อดูแลตัวเองและครอบครัวที่ต้องใช้ความอดทนมากขึ้นเพราะสภาพเศรษฐกิจที่ทราบกันว่าเกิดปัญหากันทั่วโลก แต่วัดและพระสงฆ์ยังคงต้องทำหน้าที่ในการสงเคราะห์ญาติโยมเหมือนเดิมและทำหน้าที่เป็นหมอทางใจให้กับเขาเหล่านั้นด้วย

“โครงการธนาคารแห่งกำลังใจ วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม ยังทำหน้าที่เป็นอีกหนึ่งที่พึ่งของญาติโยมในสังคมอีกหนึ่งโครงการ ซึ่งการลงพื้นที่พบกับผู้ร้องขอความช่วยเหลือพบว่าตอนนี้ทุกคนสู้มากและต้องการได้รับการช่วยเหลืออีกหลายมิติ ยิ่งตอนนี้เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยทำให้มีผู้ป่วยติดเตียงมากขึ้น ลูกหลาน พี่น้องในครอบครัว ต้องปรับตัวมากขึ้นในยามนี้ สิ่งที่พระทำได้ก็ต้องลงมาทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่ไม่มากก็น้อยทั้งเตียงสำหรับผู้ป่วย และรถวีลแชร์ รวมถึงปัจจัยและเครื่องยังชีพคือสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับครอบครัวที่ประสบปัญหา และสิ่งหนึ่งนอกเหนือจากสิ่งของที่ส่งมอบแล้ว นั่นคือหลักธรรม ที่มอบให้สำหรับให้เขาเหล่านั้นเข้าใจเปิดใจ และนำคำสอนของพระพุทธองค์มาปรับใช้เพื่อต่อสู้ด้วยกำลังใจอย่างเข้าใจนั่นเอง” หลวงพี่น้ำฝน กล่าวปิดท้าย

Related posts