วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่อาคารปฐมสัมมาคาร โครงการอุทยานการอาชีพชัยพัฒนา ตำบลบ่อพลับ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ เอไอเอ แชร์ริ่ง อะไลฟ์ ครั้งที่ 13 โดยมี ศาสตราภิชาน นายแพทย์พินิจ กุลละวณิชย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ร่วมกับ บริษัท เอไอเอ จำกัด, เหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมเนื่องในโครงการ เอไอเอ แชร์ริ่ง อะ ไลฟ์ ครั้งที่ 13” (AIA Sharing A Life 13) เพื่อส่งมอบวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่


นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอนุมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม เปิดเผยถึง สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในปี 2569 ว่า ประเทศไทยพบผู้ป่วยแล้วกว่า 175,256 ราย (คิดเป็นอัตราป่วย 266.06 ต่อประชากรแสนคน) และมีผู้เสียชีวิต 14 ราย จังหวัดนครปฐม พบผู้ป่วยสะสมจำนวน 2,400 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 259.35 ต่อประชากรแสนคน แม้จะยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่พบว่าอัตราการป่วยของจังหวัดนครปฐมสูงเป็นอันดับที่ 29 ของประเทศ และพุ่งสูงเป็นอันดับที่ 1 ของเขตสุขภาพที่ 5

ประกอบกับแนวโน้มผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทางสาธารณสุขจังหวัดจึงจำเป็นต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกันในประชากรกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เพื่อลดความรุนแรงของโรค ภาวะแทรกซ้อน และอัตราการเสียชีวิต
ด้านนางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ “AIA Sharing A Life” เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของ เอไอเอ ประเทศไทย ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงาน ตัวแทน และพันธมิตร ได้ร่วมกันทำความดี โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Stronger Together” เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน สอดคล้องกับพันธกิจ AIA One Billion ที่มุ่งสนับสนุนให้ผู้คนกว่าหนึ่งพันล้านคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น
สำหรับการดำเนินงานในจังหวัดนครปฐมในวันนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ได้ส่งมอบวัคซีนไข้หวัดใหญ่จำนวน 700 เข็ม ให้แก่กลุ่มเปราะบางในพื้นที่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย การขับเคลื่อนโครงการในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีจากการผสานความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย ได้แก่ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย, เหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม และโรงพยาบาลนครปฐม ซึ่งทุกฝ่ายมุ่งหวังว่าโครงการนี้จะได้รับการต่อยอด เพื่อยกระดับให้คนในสังคมไทยมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป
……………………………………….
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว
