เครือข่ายผู้ปกครอง รร.อนุบาลนครปฐม ไม่ทนแล้ว เปิดหน้า ยื่นศูนย์ดำรงธรรมนครปฐม วอนผู้ว่าฯ ขับ 2 รอง ผอ.ทำเกิดปัญหา

เครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนอนุบาลนครปฐม รวมตัวยื่นหนังสือ ร้องเรียนให้ย้ายและเตรียมขับไล่หลังสุดทนพฤติกรรม 2 รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐม มีพฤติกรรมสร้างความแตกแยกร่วมคนนอกทำสถานการณ์โรงเรียนปั่นป่วนกระทบการเรียนการสอนของครูนักเรียน มีการเบี่ยงเบนประเด็นปิดปมปัญหาตัวเองที่กำลังโดนตรวจสอบ พร้อมยื่นหนังสือทวงถามผู้อำนวยการสำนักการประถมศึกษานครปฐม เขต 1 เด้ง ผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยเหตุผลใด เตรียมเดินหน้าร้อง 157 หากไม่เป็นธรรม หากไม่แก้ไขเตรียมยกระดับรวมตัวขับไล่ 2 มิ.ย.นี้

วันนี้ 29 พฤษภาคม 69 ที่ศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดนครปฐม เครือข่ายผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนอนุบาลนครปฐม กว่า 20 คน นำโดยนายกานต์  วิไลลักษณ์ ได้นัดหารือผู้ปกครองของนักเรียนซึ่งมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในโรงเรียนอนุบาลนครปฐม และได้มีการรวบรวมข้อมูลจนทราบว่าเกิดการขัดแย้งภายในอย่างรุนแรงจนล่าสุดกระทบต่อการเรียนการสอนของนักเรียนเกือบทุกระดับชั้น และได้นำเอกสารข้อมูลเพื่อยื่นต่อนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงและแจ้งพฤติกรรมดังกล่าวแจ้งให้ทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยได้มอบหมายให้ นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นตัวแทนในการรับทราบข้อมูลและรับหนังสือร้องเรียนดังกล่าว

โดยนายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้เปิดโอกาสให้เครือข่ายผู้ปกครองได้มีการแสดงความคิดเห็นและรับฟังข้อมูลรวมถึงได้นำเอกสารข้อมูลทั้งหมดเพื่อนำเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยได้แจ้งว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมได้ทราบถึงปัญหาดังกล่าวเบื้องต้นและแสดงความเป็นห่วงโดยสั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีความซับซ้อนและมีหลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นซึ่งสิ่งที่เป็นห่วงที่สุดคือผลกระทบกับเด็กนักเรียนซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเปิดภาคเรียนและจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด สั่งการให้เกิดความสงบเรียบร้อยโดยเร็วที่สุด

ต่อมาเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนอนุบาลนครปฐม ได้เดินทางไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครปฐมเขต 1 เพื่อขอพบกับนายวิเชียร วาพัดไทย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครปฐมเขต 1 เพื่อสอบถามเหตุผลของการโยกย้าย นายวชิรวิชย์ นิติพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐม เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนขนากตามคำสั่งสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครปฐมเขต 1 ที่ 344/2569 โดยอ้างตามที่โรงเรียนอนุบาลนครปฐมประสบปัญหาบริหารการจัดการภายในสถานศึกษา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนและบรรยากาศภายในองค์กรเพื่อให้การบริหารสถานศึกษาดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและแก้ปัญหาอย่างเหมาะสมลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 โดยคำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่า ผอ.สปพ.นครปฐมเขต 1 ได้ออกเยี่ยมโรงเรียนในพื้นที่ แต่ได้มีสื่อมวลชนช่องหนึ่งได้มาพบและขอสัมภาษณ์ประเด็นในโรงเรียนอนุบาลนครปฐมไปแล้ว นายกานต์  วิไลลักษณ์ จึงได้ทำการมอบหนังสือทวงถามในการส่งเรื่องร้องเรียนความประพฤติและสถานการณ์ภายในของโรงเรียนอนุบาลนครปฐมไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีนายวีรยุทธ เวสา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครปฐมเขต 1 ได้เป็นผู้ลงนามในการรับเอกสารไว้แทน โดยรับปากว่าจะมีการเร่งดำเนินการในเรื่องดังกล่าว

นายกานต์  วิไลลักษณ์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนอนุบาลนครปฐม กล่าวว่าในการเข้าเรื่องร้องเรียนและหนังสือแจ้งความประสงค์ของเครือข่ายผู้ปกครองในครั้งนี้เป็นเพราะ ได้ทราบสถานการณ์ดังกล่าวจากการสืบทราบด้วยตัวเองเมื่อระยะหนึ่งแล้วโดยพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่รองผู้อำนวยการจำนวน 2 คน ได้มีการแสดงพฤติกรรมในการสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในองค์กร และได้มีการร้องเรียนมายังสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครปฐม เขต1 ไว้ก่อนหน้านี้แล้วแต่เรื่องก็เงียบ สุดท้ายเมื่อวานนี้กลับมีคำสั่งให้มีการย้ายนายวชิรวิชย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐม ให้ไปรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการอีกโรงเรียน โดยยังไม่มีการแจ้งความผิด หรือเหตุผลใดใดที่เกิดขึ้นจากการสั่งการครั้งนี้

นายกานต์  วิไลลักษณ์ กล่าวว่า ตอนนี้ชื่อเสียงของโรงเรียนเกิดความเสียหายแต่ตัวโรงเรียนและคณะครูนั้นยังคงดีอยู่แล้ว ซึ่งที่ต้องออกมาแจ้งต่อสังคมครั้งนี้เนื่องจากปัญหาภายในเริ่มกระทบกับการเรียนการสอนเช่นอุปกรณ์การเรียนการสอนกระดาษ ดินสอ หมึก และแก้วน้ำ ชุดจีน หรือหนังสือเรียนของชั้นป.5 ทราบว่ายังได้ไม่ครบซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดปกติเพราะโรงเรียนนี้ก็ถือเป็นโรงเรียนดังในระดับอันดับต้นๆของจังหวัดนครปฐมเก่าและศิษย์ปัจจุบันที่มีความภาคภูมิใจอยู่มากมายแต่วันนี้ กลับต้องมาเจอปัญหาที่ไม่ควรจะได้รับเพียงเพราะผู้บริหารมีความขัดแย้งกันเอง

“วันนี้เราต้องการให้มีการโยกย้ายรองผู้อำนวยการทั้ง 2 คนที่ส่งรายชื่อไปให้กับทุกหน่วยงาน ออกจากโรงเรียนนี้ ปัญหานี้คืออยากย้ายออกไปให้หมดทั้งคู่ เพราะผู้อำนวยการ เพิ่งย้ายได้เพียง7-8 เดือน ก็มีแต่เรื่องร้องเรียนอยู่ตลอดจนไม่สามารถบริหารงานให้เดินหน้าไปได้ ถามว่ามีความผิดปกติอย่างไร คนหนึ่งมีพฤติกรรมที่ร้ายแรงและเลวทรามมาก และอีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องที่ได้ร้องเรียนไปก่อนหน้ามีการดำเนินการช้ามากแต่วันนี้ผู้อำนวยการสำนักงานการประถมศึกษานครปฐมเขต 1 ที่เพิ่งย้ายมาได้เพียงหนึ่งเดือน กลับทำเรื่องย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐมออกไปจากพื้นที่ ซึ่งมีข้อแตกต่างกันในเรื่องการสรุปผลมาก และอำนาจหน้าที่ตรงนี้เป็นของท่านโดยตรงพี่จะต้องมีกรอบระยะเวลาในการสรุปปัญหาที่ร้องเรียนไปก่อนหน้านี้ให้ชัดเจนและรวดเร็วกว่ากรณีการย้าย ผู้อำนวยการแบบนี้ หากพบว่ามีการสั่งการที่ผิดก็จะเดินหน้าร้อง 157 กับผู้บริหารด้วย ” นายกานต์  กล่าว

ขณะเดียวกันผู้ปกครองที่ร่วมเดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนทั้งสองแห่งได้ผู้เป็นสิ่งเดียวกันว่านายวชิรวิชย์ผู้อำนวยการคนใหม่ได้ทำงานมาแล้วเพียง7-8 เดือนยังไม่ทันจะทราบเรื่องว่าเกิดปัญหาภายในที่ผู้บริหารชุดเดิมก่อไว้ว่าเป็นไปอย่างไรก็มีการร้องเรียนกันไปแล้วซึ่งแต่ละวันก็มีแต่หน้าที่ให้แก้ปัญหาและชี้แจงสิ่งที่ถูกร้องเรียนยังไม่ได้ทำงานตามหน้าที่อย่างเต็มที่และที่ผ่านมาก็เห็นว่าตัวผู้อำนวยการเองก็ทำงานได้อย่างชัดเจนทุกเช้าจะมีการมารับเด็กนักเรียนที่หน้าโรงเรียนด้วยตัวเองแต่ก็จะมีกระแสโซเชียลที่โจมตีต่างๆนานาซึ่งก็ได้มีการแจ้งข้อเท็จจริงไปเรียบร้อยว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นความจริงแต่กระบวนการดังกล่าวก็ยังไม่จบ ที่จะสร้างปัญหาความขัดแย้งซึ่งตอนนี้หลักฐานทั้งหมดได้อยู่ในมือและได้เตรียมส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและร้องเรียนไปยังหน่วยงานในการตรวจสอบความโปร่งใสในการบริหารงานของรัฐไว้แล้ว ซึ่งจากนี้หากยังไม่มีการย้ายทั้งสองรองผู้อำนวยการที่สร้างปัญหาให้เกิดขึ้นกับโรงเรียนก็จะมีการยกระดับของผู้ปกครองโดยการเตรียมตัวรวมกันแสดงพลังเพื่อขับไล่ คาดว่าจะเป็นวันที่ 2 มิถุนายนที่จะถึงนี้ อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ประเด็นความขัดแย้งดังกล่าวมีให้ข้อสังเกตว่า นายวชิรวิชย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐม อาจจะไม่ใช่บุคคลที่ใครคาดหวังตำแหน่งนี้ต้องการให้มานั่งอยู่ในเก้าอี้ จะเป็นโรงเรียนที่มีมีชื่อประกอบกับยังมีการประสานงานของเครือข่ายที่เป็นผู้บริหารภายในและบุคคลภายนอกที่ต้องการจะแสวงหาผลประโยชน์จึงได้มีการนำข้อร้องเรียนต่างๆแจ้งไปยังหลายหน่วยงาน กระทั่งล่าสุดได้มีการสั่งการให้ไปรักษาการโรงเรียนอีกแห่ง โดยผู้ที่ทราบข้อมูลกำลังจะมีการเปิดเผยขบวนการที่มีผู้ต้องการผลประโยชน์จากโรงงานแห่งนี้ว่าเป็นผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่ง และทราบว่าเป็นบุคคลที่เคยมีประวัติโชกโชนและเคยปรากฏเป็นข่าวดังระดับประเทศที่อยู่เบื้องหลังรวมถึงหากมีการนำเอกสารข้อมูลทางการทั้งหมดอาจจะมีผู้บริหารชุดเก่าอาจจะต้องกลับมาชี้แจงและแสดงข้อเท็จจริงซึ่งบางข้อเท็จจริงการกระทำที่ชัดเจนถึงขั้นผิดกฎหมายอาญาและเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลและอาจจะมีคนติดคุกหลายคน ก็เป็นไปได้ด้วย

Related posts